5 เทคนิคเล่นเกม Free Fire อย่างไรให้เทพ ไม่ต้องมีคนแบก

เทคนิคเล่นเกม Free Fire
เทคนิคเล่นเกม Free Fire สำหรับเกมเมอร์มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่น Free Fire อาจจะรู้สึกท้อแท้เมื่อต้องเจอกับผู้เล่นที่เก่งและมีประสบการณ์มากกว่า แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีเทคนิคการเล่น Free Fire สำหรับมือใหม่มาแนะนำกัน ผู้เล่นท่านใดที่กำลังสนใจวิธีการเล่นอยู่นั้น ติดตามไปพร้อมกันกับ FirstUp ได้เลย
โปรโมชั่นราคาพิเศษ เติมเกมราคาถูก เฉพาะสมาชิก Firstup เท่านั้น!
สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    5 เทคนิคเล่นเกม Free Fire อย่างไร ให้เก่งแบบเซียน

    1. อย่าอยู่นิ่ง เคล็ดลับการเอาชนะในสนามรบ

    เคล็ดลับแรก และสำคัญที่สุดสำหรับการเอาชนะในสนามรบคือ อย่าอยู่นิ่งเฉย การกลายเป็นเป้านิ่งง่าย ๆ นั้น ช่วยให้ศัตรูสามารถเล็งยิงหัวได้อย่างสะดวก ดังนั้น ผู้เล่นที่ชาญฉลาดควรขยับตัวอยู่เสมอ แม้จะเล่นสายแคมป์ก็ตาม

    เทคนิคง่าย ๆ คือ เคลื่อนที่เป็นวงกลม วิธีนี้จะทำให้ศัตรูลำบากต่อการเล็งเป้าและเพิ่มโอกาสให้คุณหาจังหวะยิงตอบโต้ได้ดีขึ้น จงจำไว้เสมอว่า การอยู่นิ่งนั้นเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมหันต์

    นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติม ดังนี้

    • ใช้สิ่งกีดขวาง บังสายตา และ ป้องกัน ตัวจากกระสุนของศัตรู
    • เปลี่ยนท่าทาง อยู่เสมอ อย่าให้ศัตรูเดาทางได้
    • คอยระวัง สัญญาณ ที่บ่งบอกถึง ตำแหน่ง ของศัตรู
    • สื่อสาร กับ เพื่อนร่วมทีม อย่าง สม่ำเสมอ เพื่อวางกลยุทธ์ร่วมกัน
    • ฝึกฝน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาทักษะ การเคลื่อนที่ และ การยิงปืน

    2. เก็บแอร์ดรอปใน PUBG ให้ปลอดภัย

    แอร์ดรอปใน PUBG นั้นเต็มไปด้วยไอเทมสุดล้ำที่ใครๆ ก็อยากได้ แต่เบื้องหลังกล่องเหล่านี้กลับแฝงไปด้วยอันตราย ผู้เล่นหลายคนมักใช้แอร์ดรอปเป็นเหยื่อล่อให้ผู้เล่นอื่นเข้ามาหามือสังหาร

    ดังนั้น ก่อนพุ่งเข้าใส่แอร์ดรอปทุกครั้ง ควรมีสติและใช้วิธีดังต่อไปนี้

    1. ตรวจสอบสถานที่รอบข้าง

    • มองหาจุดสูงที่ปลอดภัยเพื่อสังเกตการณ์
    • ระวังผู้เล่นอื่นที่อาจซุ่มอยู่ตามอาคารหรือโขดหิน
    • ฟังเสียงฝีเท้าและเสียงยิงปืน
    • เช็คมินิแมปเพื่อดูว่ามีผู้เล่นอื่นอยู่ใกล้หรือไม่

    2. ประเมินความเสี่ยง

    • คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเสี่ยงเก็บแอร์ดรอปในจุดที่เปิดโล่ง
    • พิจารณาจากจำนวนผู้เล่นที่เหลือในเกม
    • คิดถึงไอเทมที่คุณมีอยู่แล้ว

    3. เก็บเป็นทีม

    • การเก็บแอร์ดรอปเป็นทีมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต
    • เพื่อนร่วมทีมสามารถช่วยกันและยิงต่อสู้
    • แบ่งไอเทมกันอย่างเท่าเทียม

    4. เก็บเฉพาะเท่าที่จำเป็น

    • รีบหยิบไอเทมที่จำเป็นที่สุดก่อน
    • อย่ามัวเสียเวลาหาของจนเสียโอกาส
    • ระวังผู้เล่นอื่นที่อาจกลับมา

    5. รีบหนี

    • เมื่อเก็บของเสร็จแล้ว รีบหนีออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
    • หาที่กำบังใหม่เพื่อเปลี่ยนชุดและฟื้นฟูพลัง
    • ระวังผู้เล่นที่อาจติดตามมา

    จำไว้ว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ การเก็บแอร์ดรอปไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเสมอไป เล่นอย่างชาญฉลาดและเอาชีวิตรอดให้ถึงที่สุด

    3. ฝึกฝนการควบคุมปืนใน Free Fire

    การควบคุมปืน การเล็งปืน และการยิงให้แม่นยำ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการเล่น Free Fire มือใหม่สามารถฝึกฝนทักษะเหล่านี้ได้จากโหมดฝึกฝนที่มีมาในเกม

    1. ฝึกการเล็งปืน

    • ฝึกเล็งไปที่เป้าหมายนิ่ง: เริ่มต้นด้วยการฝึกเล็งไปที่เป้าหมายนิ่งๆ ในโหมดฝึกฝน ฝึกจดจ่อกับเป้าหมายและพยายามเล็งปืนให้ตรงกลางจอ
    • ฝึกเล็งไปที่เป้าหมายที่เคลื่อนที่: เมื่อเริ่มเล็งปืนได้แม่นขึ้นแล้ว ลองฝึกเล็งไปที่เป้าหมายที่เคลื่อนที่ ฝึกคาดการณ์การเคลื่อนที่ของเป้าหมายและปรับการเล็งปืนให้ตาม
    • ฝึกการยิง: ฝึกยิงปืนไปที่เป้าหมายต่างๆ ฝึกการยิงระยะไกล ระยะประชิด และฝึกการยิงแบบรัว

    2. ฝึกการควบคุมปืน

    • ฝึกการควบคุมแรงดีด: แต่ละปืนจะมีแรงดีดที่แตกต่างกัน ฝึกควบคุมปืนไม่ให้ส่ายไปมาหลังยิง
    • ฝึกการเปลี่ยนกระสุน: ฝึกเปลี่ยนกระสุนอย่างรวดเร็ว
    • ฝึกการสไลด์: ฝึกการสไลด์เพื่อหลบกระสุนจากศัตรู

    3. ฝึกการเคลื่อนที่

    • ฝึกการวิ่ง: ฝึกการวิ่งไปมาอย่างคล่องแคล่ว
    • ฝึกการกระโดด: ฝึกการกระโดดเพื่อหลบกระสุนจากศัตรู
    • ฝึกการหมอบ: ฝึกการหมอบเพื่อหลบกระสุนจากศัตรู

    4. ฝึกการใช้ความสามารถของตัวละคร

    • เรียนรู้ความสามารถของตัวละคร: แต่ละตัวละครใน Free Fire มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน เรียนรู้วิธีใช้ความสามารถของตัวละครแต่ละตัวให้เกิดประโยชน์
    • ฝึกการใช้ความสามารถ: ฝึกใช้ความสามารถของตัวละครในสถานการณ์ต่าง ๆ

    5. ฝึกเล่นกับเพื่อน

    • ฝึกการสื่อสาร: ฝึกสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม
    • ฝึกการประสานงาน: ฝึกประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อเอาชนะศัตรู

    4. สังเกตสัญลักษณ์ในแผนที่ Free Fire คู่มือสู่ชัยชนะ

    การสังเกตสัญลักษณ์บนแผนที่ Free Fire นั้นสำคัญไม่แพ้การฟังเสียงเลยทีเดียว สัญลักษณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทาง สู่ชัยชนะของคุณ

    สัญลักษณ์ที่ควรรู้มีดังนี้

    • เสียงปืน: แสดงทิศทางคร่าวๆ ของเสียงปืน
    • เสียงฝีเท้า: แสดงทิศทางคร่าวๆ ของเสียงฝีเท้า
    • ไอคอนระเบิด: แสดงจุดเกิดระเบิด
    • ไอคอนยานพาหนะ: แสดงจุดเกิดของยานพาหนะ
    • วงกลมสีขาว: แสดงพื้นที่ปลอดภัย
    • วงกลมสีแดง: แสดงพื้นที่อันตราย
    • ไอคอนกล่องเสบียง: แสดงจุดเกิดของกล่องเสบียง
    • ไอคอนแอร์ดรอป: แสดงจุดเกิดของแอร์ดรอป
    • ไอคอนเพื่อนร่วมทีม: แสดงตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีม
    • ไอคอนศัตรู: แสดงตำแหน่งของศัตรู (เมื่อถูกยิงหรือถูกโจมตี)

    5. เลือกพื้นที่ลงที่ปลอดภัย

    การเลือกพื้นที่ลงที่ปลอดภัย เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดใน Free Fire โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ การลงที่ปลอดภัยจะช่วยให้คุณมีเวลาหาอาวุธและเตรียมตัวก่อนปะทะกับศัตรู

    เทคนิคการเลือกพื้นที่ลงที่ปลอดภัย

    • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีผู้เล่นหนาแน่น:
      • สถานที่ยอดนิยม เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือเมืองใหญ่ มักจะมีผู้เล่นลงเยอะ
      • การลงที่จุดเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีทันที
      • มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มีผู้เล่นน้อยกว่า เช่น ชนบท ป่าไม้ หรือเกาะ
    • พิจารณาถึงวงกลมปลอดภัย:
      • วงกลมปลอดภัยจะค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆ
      • เลือกพื้นที่ลงที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของวงกลมปลอดภัย
      • จะช่วยให้คุณมีเวลาเคลื่อนที่ไปยังวงกลมปลอดภัยถัดไปได้ง่ายขึ้น
    • มองหาแหล่งทรัพยากร:
      • เลือกพื้นที่ลงที่อยู่ใกล้กับบ้านหรือตึก
      • จะมีโอกาสหาอาวุธ ยารักษาโรค และไอเทมอื่น ๆ ได้มากกว่า
    • พิจารณาถึงสไตล์การเล่นของคุณ:
      • หากคุณชอบเล่นแบบรุก มองหาพื้นที่ลงที่อยู่ใกล้กับศัตรู
      • แต่หากคุณชอบเล่นแบบตั้งรับ มองหาพื้นที่ลงที่มีจุดซุ่มที่ดี
    • ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของคุณ:
      • เรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณ
      • ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของคุณตามสถานการณ์

    บทสรุป

    เทคนิคเล่นเกม Free Fire เหล่านี้เป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้น ผู้เล่นแต่ละคนสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของตัวเองได้ ด้วยความพยายามและการฝึกฝน คุณก็จะกลายเป็นผู้เล่น Free Fire ที่เก่งและสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน